1,111
likes
184
comments
daily view 0
monthly view 0
Live Analytics
Comments 0
แม่อ้างถูกลูกชาย-สะใภ้ ฮุบสมบัติ ซ้ำข่มขู่ พาไปอยู่บ้านพักคนชรา Analytics Table
Income Estimates for แม่อ้างถูกลูกชาย-สะใภ้ ฮุบสมบัติ ซ้ำข่มขู่ พาไปอยู่บ้านพักคนชรา
Based on this YouTube video's total view count of 170K views and industry-standard rates, the estimated total earning is $119 - $340 through ad revenue. Historical data is not yet available to calculate daily, weekly, or monthly averages.
About แม่อ้างถูกลูกชาย-สะใภ้ ฮุบสมบัติ ซ้ำข่มขู่ พาไปอยู่บ้านพักคนชรา
Explore แม่อ้างถูกลูกชาย-สะใภ้ ฮุบสมบัติ ซ้ำข่มขู่ พาไปอยู่บ้านพักคนชรา with 170,236 views, 1,111 likes, and 184 comments. Experience the impact of this video content that has captured audience attention.
แม่ร้องขอความเป็นธรรม อ้างถูกลูกชายและลูกสะใภ้พาตัวไปอยู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโดยไม่สมัครใจ นานกว่า 2 ปีครึ่ง ยืนยัน ถูกทำร้าย ข่มขู่ และบังคับกินยา ก่อนแอบติดต่อให้น้องสาวช่วยออกมา คุณแม่รายหนึ่ง ร้องขอความเป็นธรรม หลังอ้างว่าตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีครึ่ง ต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ โดยที่ตัวเองไม่ได้สมัครใจไปอยู่ และอ้างว่าระหว่างนั้นถูกทำร้าย ถูกข่มขู่ รวมถึงถูกบังคับให้รับประทานยานอนหลับเป็นประจำ ก่อนที่สุดท้ายจะแอบติดต่อกับน้องสาว ขอให้เข้ามาช่วยเหลือ และพาตัวออกมาจากศูนย์ดังกล่าวได้สำเร็จ แต่เมื่อกลับมาถึงบ้าน กลับพบว่าทั้งทรัพย์สิน เงินทอง ในตู้เซฟทั้งตู้ รวมถึงกิจการโรงงานเครื่องสำอางที่สร้างมากับมือ กลับอยู่ในความครอบครองของลูกชายและลูกสะใภ้ จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยคุณแม่เล่าย้อนกลับไป เมื่อปี 2550 เริ่มต้นทำธุรกิจขายรถยนต์นำเข้าและเต็นท์รถมือสอง ก่อนจะปิดกิจการในปี 2554 จากนั้นปี 2555 หันมาทำธุรกิจแบรนด์เครื่องสำอาง และต่อมาได้ลงทุนสร้างโรงงานผลิตเครื่องสำอางของตัวเองในย่านลาดพร้าว จนโรงงานก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2560 และดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งช่วงปี 2558-2559 ลูกชายแต่งงานกับทันตแพทย์หญิง ซึ่งคุณแม่เป็นผู้แนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกัน หลังจากแต่งงาน ลูกชายมีลูก 2 คน แต่คุณแม่อ้างว่าเริ่มมีปัญหาภายในครอบครัว โดยลูกชายไม่ได้ทำงานเป็นหลักเป็นแหล่ง ขณะที่ลูกสะใภ้เป็นทันตแพทย์ และมีปากเสียงกันเรื่องการทำงาน คุณแม่จึงแอบช่วยเหลือเรื่องเงินให้ลูกชายเป็นบางครั้ง ต่อมาในปี 2565 ลูกชายและลูกสะใภ้เข้ามาช่วยดูแลโรงงานเครื่องสำอาง โดยลูกสะใภ้ขอเป็นผู้บริหารกิจการเองทั้งหมด คุณแม่และลูกสาวจึงยอมรับเงินเดือนคนละ 50,000 บาท แลกกับการมอบความไว้วางใจให้บริหารงาน โดยหวังว่าลูกชายจะกลับมาทำงานเป็นหลักเป็นแหล่งและครอบครัวจะมีความมั่นคง แต่คุณแม่อ้างว่า หลังลูกชายและลูกสะใภ้เข้าบริหารโรงงานได้ประมาณ 3 เดือน กลับพบว่ามีการเปลี่ยนชื่อโรงงาน โดยที่ภายหลังจึงมาทราบเรื่องดังกล่าว กระทั่งปลายปี 2566 ทั้งคู่เกิดปัญหาครอบครัวอย่างหนัก หลังคุณแม่อ้างว่าลูกชายมีความสัมพันธ์กับพี่เลี้ยงเด็ก จนเกิดความขัดแย้งภายในครอบครัว ต่อมาในปี 2567 ลูกชายเข้ามาบอกคุณแม่ว่าไม่สามารถบริหารโรงงานต่อได้ เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุน และขอคืนโรงงานให้คุณแม่ดูแล โดยขอเวลา 3 เดือนเพื่อดำเนินการเรื่องเลิกจ้างพนักงานประมาณ 30 กว่าคน คุณแม่จึงเริ่มเตรียมแผนกลับมาบริหารกิจการ ติดต่อทั้งลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงวางแผนด้านการตลาดเพื่อเดินหน้าธุรกิจต่อ แต่เหตุการณ์กลับพลิกผัน คุณแม่อ้างว่า วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ลูกชายเดินทางมาที่บ้านพร้อมชายอีก 2 คน โดยอ้างว่าจะมาพูดคุยเรื่องโรงงาน ก่อนที่ชายทั้งสองคนจะเข้ามาจับตัว ปิดปาก และอุ้มขึ้นรถพยาบาล โดยอ้างว่าคุณแม่มีปัญหาทางจิตเวช ก่อนถูกนำตัวไปยังศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่ง และอ้างว่าถูกใส่กุญแจมือ ถูกทำร้าย ถูกข่มขู่ และถูกบังคับให้รับประทานยานอนหลับเป็นประจำ โดยคุณแม่อ้างว่า ต้องใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ดังกล่าวนานประมาณ 2 ปีครึ่ง กระทั่งสามารถแอบติดต่อกับน้องสาว และขอให้เข้ามาช่วยเหลือ ก่อนจะสามารถออกมาจากศูนย์ดังกล่าวได้ หลังออกมาได้ กลับมาตรวจสอบทรัพย์สินของตัวเอง พบว่าทั้งกิจการโรงงานเครื่องสำอาง รวมถึงทรัพย์สินภายในบ้านและทรัพย์สินที่เก็บไว้ในตู้เซฟสูญหายไป โดยเฉพาะทองคำและทรัพย์สินมีค่า ซึ่งคุณแม่ระบุว่า ลูกชายและลูกสะใภ้เป็นผู้ที่นำออกไป ขณะนี้คุณแม่ต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งเรื่องการเข้าควบคุมกิจการ การเปลี่ยนชื่อโรงงาน ทรัพย์สินและเงินทองที่หายไป รวมถึงข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการถูกนำตัวไปอยู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโดยไม่สมัครใจ โดยเฉพาะประเด็นที่คุณแม่อ้างว่า ระหว่างอยู่ที่ศูนย์ฯ ถูกทำร้าย ถูกข่มขู่ และถูกบังคับให้รับประทานยา ซึ่งจำเป็นต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบทั้งเอกสารการรับตัว ประวัติการรักษา การให้ยา รวมถึงสภาพความเป็นอยู่และกระบวนการที่นำตัวเข้าไปอยู่ในสถานที่ดังกล่าว ว่าเป็นไปตามกฎหมายและได้รับความยินยอมจากเจ้าตัวหรือไม่ ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องโรงงานและทรัพย์สินว่าใครเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง และมีการนำทรัพย์สินออกไปจริงหรือไม่ ก็ต้องตรวจสอบเอกสารทางธุรกิจ บัญชีทรัพย์สิน หลักฐานการโอน รวมถึงพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด คุณแม่บอกว่า ที่ออกมาเปิดเรื่องราวครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการเพียงทวงคืนทรัพย์สินและกิจการที่อ้างว่าเป็นของตัวเองเท่านั้น แต่ต้องการให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์แก่ครอบครัวอื่น ๆ ด้วย อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://ch3plus.com/news/social/middaynews/472003 ------------------- เที่ยงวันทันเหตุการณ์ วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ออกอากาศ ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ 11.10 - 12.25 น. #เที่ยงวันทันเหตุการณ์ (MiddayNews) ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่ ch3plus : https://ch3plus.com/news facebook : https://www.facebook.com/krobkruakao3 Twitter : https://twitter.com/krobkruakao3 YouTube : https://youtube.com/krobkruakao3 Tiktok : https://www.tiktok.com/krobkruakao3
About YouTube Real-Time View Count
With SocialCounts.org’s view counter, track your YouTube video’s live view count and YouTube likes count in real time with fast, reliable updates.
Watch every YouTube video live view count rise with our real-time YouTube views tracker—built for accuracy and minimal delay.
Follow YouTube real time views as they happen, using our dedicated view counter for YouTube videos.
Get up-to-date live view count on YouTube and see real-time growth with SocialCounts.org’s smart tracking tools.
Embed Widget
Parameters:
fullscreen=true- Fullscreen countergraph=true- Live graph chartcounter=0/1/2- Select counter (0=likes, 1=views, 2=comments)
URL
Click to copy the embed URL to your clipboard

